โซ่มีลูกยาง VS โซ่ไม่มีลูกยาง ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งานมอเตอร์ไซค์

โซ่มีลูกยาง VS โซ่ไม่มีลูกยาง ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งานมอเตอร์ไซค์

5 ตุลาคม 2569

ในการเลือกเปลี่ยนชุดโซ่สเตอร์รถจักรยานยนต์ หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาคือโครงสร้างของโซ่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ โซ่ไม่มีลูกยาง และโซ่มีลูกยาง โดยแต่ละประเภทมีความแตกต่างและจุดเด่นเฉพาะตัว การเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานจะช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่ามากที่สุด

1. โซ่ไม่มีลูกยาง

โซ่ประเภทนี้มีน้ำหนักเบา ไม่มีแรงหนืดจากลูกยาง จึงส่งกำลังลงล้อได้ทันใจ

  • อัตราเร่งดี ออกตัวพุ่ง
  • น้ำหนักเบา เพราะไม่มีแรงหนืดจากลูกยาง ส่งกำลังลงล้อได้ทันใจ
  • รุ่นข้อหนา (428H) รองรับแรงกระชากและงานบรรทุกหนักได้เยี่ยม
  • ราคาย่อมเยา คุ้มค่า

เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไรเดอร์ส่งของ สายบรรทุกหนัก หรือผู้ที่มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น Turano 428 และ Turano 428H

2. โซ่มีลูกยาง

โซ่ประเภทนี้มีลูกยางช่วยกักเก็บจาระบีภายในและป้องกันสิ่งสกปรกเข้า ทำให้โซ่ไม่แห้งและไม่สึกหรอง่าย

  • ขับขี่นุ่มนวล ทำงานเงียบสนิท ไร้เสียงรบกวน
  • ลูกยางช่วยกักเก็บจาระบีภายในและกันสิ่งสกปรกเข้า ทำให้โซ่ไม่แห้ง ไม่สึกหรอง่าย
  • ทนทานสูง
  • ไม่ต้องคอยปรับตั้งโซ่บ่อย

เหมาะสำหรับ: สายขี่ระยะไกล ผู้ที่ชอบความลื่นเงียบ และไม่อยากปวดหัวเรื่องโซ่หย่อนเร็ว ตัวอย่างเช่น Turano 420VTL

เปรียบเทียบโซ่มีลูกยาง VS โซ่ไม่มีลูกยาง
หัวข้อ โซ่ไม่มีลูกยาง โซ่มีลูกยาง
จุดเด่น อัตราเร่งดี ออกตัวพุ่ง น้ำหนักเบา ราคาย่อมเยา ขับขี่นุ่มนวล เงียบ ทนทานสูง ไม่ต้องปรับตั้งบ่อย
เหมาะสำหรับ ใช้งานทั่วไป ไรเดอร์ส่งของ สายบรรทุกหนัก ผู้เน้นความคุ้มค่า สายขี่ระยะไกล ผู้ชอบความลื่นเงียบ
ตัวอย่างรุ่น Turano 428 และ 428H Turano 420VTL

การเลือกใช้งาน
  • เน้นพุ่ง คุ้มค่า บรรทุกหนัก: เลือกโซ่ไม่มีลูกยาง
  • เน้นเงียบ นุ่ม ลื่น ทนทาน ไม่ต้องตั้งบ่อย: เลือกโซ่มีลูกยาง